ฟุตวาล์วเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานอยู่ปลายท่อดูดน้ำและมักจมอยู่ในแหล่งน้ำตลอดเวลา จึงมีโอกาสสะสมเศษใบไม้ ตะกอน ทราย โคลน และสิ่งสกปรกบริเวณตะแกรงและลิ้นภายในได้
เมื่อฟุตวาล์วสกปรก น้ำจะไหลเข้าสู่ท่อดูดได้น้อยลง ปั๊มอาจดูดน้ำอ่อนลง น้ำมาไม่สม่ำเสมอ หรือในบางกรณีลิ้นปิดไม่สนิทจนทำให้น้ำไหลย้อนกลับ ดังนั้น การตรวจสอบและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยยืดอายุการใช้งานของฟุตวาล์วและช่วยลดปัญหาในระบบปั๊มน้ำได้
หากยังไม่แน่ใจว่าฟุตวาล์วทำหน้าที่อย่างไร สามารถอ่าน ฟุตวาล์วคืออะไร และช่วยป้องกันน้ำไหลย้อนกลับได้อย่างไร
ควรล้างฟุตวาล์วบ่อยแค่ไหน
ไม่มีระยะเวลาตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำและลักษณะการใช้งาน
แหล่งน้ำที่ค่อนข้างสะอาด เช่น ถังพักน้ำหรือบ่อที่ไม่มีตะกอนมาก อาจตรวจสอบเป็นระยะตามรอบการดูแลระบบน้ำทั่วไป ส่วนแหล่งน้ำที่มีทราย ตะกอน โคลน ตะไคร่น้ำ เศษใบไม้ หรืออยู่ใกล้พื้นบ่อ ควรตรวจสอบบ่อยขึ้น
ควรนำฟุตวาล์วขึ้นมาตรวจสอบทันทีเมื่อพบอาการต่อไปนี้
- น้ำไหลอ่อนลงกว่าปกติ
- ปั๊มใช้เวลานานกว่าจะดูดน้ำขึ้น
- น้ำมาเป็นช่วง ๆ หรือมีฟองอากาศ
- ต้องล่อน้ำใหม่บ่อย
- ปั๊มทำงานแต่น้ำไม่ขึ้น
- เห็นตะกอนหรือเศษวัสดุสะสมบริเวณตะแกรง
อาการปั๊มดูดน้ำไม่ขึ้นอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าฟุตวาล์วเสียเสมอไป อ่านวิธีตรวจสอบแบบเป็นลำดับได้ที่ ปั๊มน้ำดูดน้ำไม่ขึ้น ต้องล่อน้ำใหม่บ่อย เกี่ยวกับฟุตวาล์วหรือไม่?
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำความสะอาด
การดูแลฟุตวาล์วทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน โดยเตรียมเพียง
- น้ำสะอาด
- แปรงขนอ่อน
- ภาชนะรองน้ำหรือถังสำหรับล้าง
- ผ้าแห้งสำหรับเช็ดภายนอก
- อุปกรณ์ถอดข้อต่อตามลักษณะการติดตั้ง
หลีกเลี่ยงการใช้ลวดแข็ง ของมีคม หรือเครื่องมือที่ขูดผิววัสดุ เพราะอาจทำให้ตะแกรง ซีล หรือตัวเรือนเสียหายได้ และไม่ควรใช้สารเคมีหรือสารทำละลายที่ไม่ได้ระบุว่าสามารถใช้กับวัสดุของฟุตวาล์วรุ่นนั้นได้
วิธีล้างฟุตวาล์วอย่างถูกต้อง
1. ปิดปั๊มน้ำและตัดกระแสไฟก่อน
ก่อนเริ่มงาน ต้องปิดสวิตช์และตัดกระแสไฟของปั๊มน้ำทุกครั้ง เพื่อป้องกันปั๊มเริ่มทำงานระหว่างกำลังถอดอุปกรณ์
หากระบบมีวาล์วปิด-เปิดหรือจุดระบายน้ำ ควรจัดการตามลักษณะของระบบก่อนถอดท่อดูด
2. ยกฟุตวาล์วขึ้นจากแหล่งน้ำอย่างระมัดระวัง
ยกท่อดูดหรือสายดูดขึ้นอย่างช้า ๆ ไม่กระแทกฟุตวาล์วกับขอบบ่อหรือพื้นแข็ง เพราะการกระแทกอาจทำให้ตัวเรือน ข้อต่อ หรือลิ้นภายในเสียหายได้
ถ้ารุ่นนั้นมีหูสำหรับผูกเชือกหรือลูกลอย ควรตรวจสอบจุดยึดเหล่านี้ร่วมด้วย
3. ล้างตะแกรงและช่องรับน้ำ
เริ่มจากล้างภายนอกด้วยน้ำสะอาด เพื่อกำจัดทราย โคลน ตะไคร่น้ำ และเศษใบไม้ที่ติดอยู่บริเวณตะแกรง
ใช้แปรงขนอ่อนปัดตามช่องตะแกรงอย่างเบามือ หากมีตะกอนติดแน่น ให้แช่น้ำสะอาดสักระยะก่อนแล้วจึงล้างซ้ำ ไม่ควรใช้ของแข็งแคะช่องตะแกรง เพราะอาจทำให้ตะแกรงเสียรูปหรือช่องรับน้ำกว้างผิดปกติ
4. ตรวจสอบลิ้นและชิ้นส่วนภายใน
สำหรับรุ่นที่สามารถเปิดตรวจสอบได้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต ให้ตรวจดูว่ามีทรายหรือเศษวัสดุติดอยู่บริเวณหน้าสัมผัสของลิ้นหรือไม่
ชิ้นส่วนภายในของฟุตวาล์วอาจแตกต่างกันตามชนิด เช่น ลิ้นสปริง ลิ้นเหล็ก ลิ้นบอล หรือลิ้นเตเปอร์ แต่หลักสำคัญเหมือนกัน คือ ลิ้นต้องเคลื่อนที่ได้ตามปกติและปิดสนิทเมื่อน้ำพยายามไหลย้อนกลับ
หากไม่แน่ใจว่าฟุตวาล์วแต่ละประเภททำงานต่างกันอย่างไร สามารถอ่าน ฟุตวาล์วแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร
5. ตรวจสอบตัวเรือน ซีล และจุดเชื่อมต่อ
ตรวจดูให้ทั่วว่ามีรอยแตกร้าว รอยรั่ว เกลียวสึก ตะแกรงฉีก หรือชิ้นส่วนเสียรูปหรือไม่
หากเป็นรุ่นที่มีซีลหรือปะเก็น ให้ตรวจสอบว่าซีลยังยืดหยุ่นและอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่บิด เบี้ยว หรือฉีกขาด เพราะซีลที่เสื่อมสภาพอาจทำให้ลิ้นปิดไม่สนิทและน้ำในท่อดูดไหลย้อนกลับได้
6. ประกอบกลับและตรวจสอบข้อต่อ
ประกอบชิ้นส่วนกลับให้ครบตามเดิม ตรวจสอบว่าฝาปิด เกลียว หรือข้อต่อเข้าที่และแน่นพอดี
หากเป็นข้อต่อเกลียว ควรตรวจสอบเทปพันเกลียวก่อนประกอบกลับ หากเป็นท่อ PVC หรือสายดูด ให้ตรวจสอบสภาพข้อต่อและเข็มขัดรัดสายร่วมด้วย
ข้อต่อในระบบท่อดูดต้องปิดสนิท เพราะอากาศสามารถรั่วเข้าท่อดูดได้แม้ไม่มีน้ำหยดออกมาให้เห็น
7. ติดตั้งกลับในตำแหน่งที่เหมาะสม
เมื่อติดตั้งกลับแล้ว ฟุตวาล์วควรจมอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา แต่ไม่ควรวางติดก้นบ่อ เพราะอาจดูดตะกอนและทรายกลับเข้าไปอุดตันได้อีก
ควรจัดตำแหน่งให้มีระยะห่างจากพื้นบ่อและอยู่ในจุดที่น้ำไม่วนแรงจนดูดอากาศเข้าท่อ
ดูวิธีติดตั้งอย่างละเอียดได้ที่ ติดตั้งฟุตวาล์วอย่างไร ให้ปั๊มน้ำดูดน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ
8. ล่อน้ำและทดสอบระบบ
หลังติดตั้งกลับ ให้เติมน้ำเข้าปั๊มและท่อดูดตามวิธีที่ผู้ผลิตปั๊มกำหนด จากนั้นทดลองเปิดปั๊มและสังเกตการไหลของน้ำ
ตรวจสอบว่าปั๊มดูดน้ำขึ้นตามปกติหรือไม่ น้ำไหลสม่ำเสมอหรือไม่ และมีฟองอากาศหรือรอยรั่วตามข้อต่อหรือไม่
ดูแลฟุตวาล์วอย่างไรให้ใช้งานได้นาน
การล้างอย่างเดียวช่วยได้มาก แต่การติดตั้งและใช้งานให้เหมาะสมจะช่วยลดภาระของฟุตวาล์วในระยะยาวด้วย
- เลือกชนิดและขนาดให้เหมาะกับท่อดูดและปั๊มน้ำ
- ติดตั้งให้ฟุตวาล์วพ้นจากก้นบ่อ
- ตรวจสอบระดับน้ำในช่วงฤดูแล้ง
- ลดการดูดตะกอน ทราย และเศษวัสดุเข้าสู่ระบบ
- ตรวจสอบข้อต่อท่อดูดให้แน่นเป็นระยะ
- ไม่ปล่อยให้ปั๊มทำงานโดยไม่มีน้ำ
- ไม่กระแทกหรือโยนฟุตวาล์วขณะถอดและติดตั้ง
- ทำความสะอาดทันทีเมื่อเริ่มพบว่าน้ำไหลอ่อนลง
เมื่อใดควรเปลี่ยนฟุตวาล์วใหม่
ควรพิจารณาเปลี่ยนฟุตวาล์วเมื่อพบปัญหาต่อไปนี้
- ตัวเรือนแตกร้าวหรือเสียรูป
- ตะแกรงแตก ฉีก หรือหลวม
- ลิ้นปิดไม่สนิทแม้ทำความสะอาดแล้ว
- สปริง ลูกบอล ซีล หรือชิ้นส่วนภายในเสียหาย
- เกลียวหรือจุดเชื่อมต่อสึกจนต่อไม่แน่น
- ระบบยังสูญเสียการล่อน้ำหลังตรวจสอบข้อต่อและล้างฟุตวาล์วแล้ว
ก่อนเปลี่ยน ควรตรวจสอบขนาดท่อ รูปแบบการต่อ และชนิดของลิ้นให้เหมาะกับระบบเดิม เพื่อป้องกันการเลือกสินค้าไม่ตรงกับการใช้งาน
สรุป
ฟุตวาล์วที่สะอาดและอยู่ในสภาพสมบูรณ์ช่วยให้น้ำไหลเข้าสู่ท่อดูดได้ดี ช่วยกักน้ำไว้ในระบบ และลดโอกาสที่ปั๊มจะดูดน้ำไม่ขึ้นหรือจำเป็นต้องล่อน้ำใหม่บ่อย ๆ
การดูแลที่สำคัญคือ ล้างตะแกรง ตรวจสอบลิ้นและซีล ตรวจดูตัวเรือนกับข้อต่อ รวมถึงติดตั้งฟุตวาล์วให้จมอยู่ใต้น้ำและพ้นจากก้นบ่อ เมื่อพบความเสียหายหรือทำความสะอาดแล้วปัญหายังไม่หาย ควรเปลี่ยนฟุตวาล์วให้เหมาะกับระบบน้ำก่อนใช้งานต่อ

